คนออสเตรเลียจ่ายค่าน้ำมันแพงเกินไปหรือเปล่า ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นแล้วเป็นอย่างไร?

ฝ่ายค้านเสนอว่าจะลดภาษีน้ำมันลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 12 เดือน หากได้รับเลือกตั้ง แต่คำถามคือ คนออสเตรเลียจ่ายค่าน้ำมันแพงเกินไปจริงหรือ?

A person holding a petrol hose near the fuel flap of a car

ฝ่ายค้านเสนอว่าจะลดภาษีน้ำมันลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 12 เดือน หากได้รับเลือกตั้ง Source: Getty / Scott Barbour

ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังคงกดดันประชาชน พรรคฝ่ายค้านประกาศว่าจะลดราคาน้ำมัน หากได้รับเลือกตั้ง

ผู้นำฝ่ายค้าน ปีเตอร์ ดัตตัน เสนอแผนลดภาษีน้ำมันลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 12 เดือน จาก 50.8 เซนต์ต่อลิตร เหลือ 25.4 เซนต์

มาตรการนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณถึง 6 พันล้านดอลลาร์ และจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ราว 14 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

แต่เมื่อเปรียบเทียบในระดับโลก คนออสเตรเลียจ่ายค่าน้ำมันในระดับที่ถูกกว่าหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปที่มีภาษีน้ำมันสูงกว่า

คำถามคือ การลดภาษีน้ำมันจะช่วยบรรเทาค่าครองชีพได้จริงหรือไม่หรือออสเตรเลียควรเน้นการแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างระยะยาวมากกว่า

ราคาน้ำมันเบนซินในออสเตรเลียเมื่อเทียบกับทั่วโลก

แม้หลายคนจะรู้สึกว่าค่าน้ำมันแพงจนกระทบเงินในกระเป๋า แต่ความจริงแล้วคนออสเตรเลียจ่ายค่าน้ำมันถูกกว่าหลายประเทศ

ข้อมูลจากเว็บไซต์ GlobalPetrolPrices.com ระบุว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยในออสเตรเลียอยู่ที่ประมาณ 1.65 ดอลลาร์ต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่เกือบ 2 ดอลลาร์ต่อลิตร

ในสหราชอาณาจักร ราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 2.79 ดอลลาร์ต่อลิตร ขณะที่หลายประเทศในยุโรปอย่างไอซ์แลนด์ (3.70 ดอลลาร์), เนเธอร์แลนด์ (3.25 ดอลลาร์) และอิตาลี (3.04 ดอลลาร์) ต้องจ่ายแพงกว่าออสเตรเลียเกือบเท่าตัว

ในทางกลับกันในสหรัฐฯ มีราคาน้ำมันเฉลี่ยต่ำกว่าออสเตรเลียเล็กน้อยที่ 1.45 ดอลลาร์ ขณะที่ประเทศในเอเชียอย่างเวียดนาม (1.27 ดอลลาร์), อินโดนีเซีย (1.32 ดอลลาร์) และมาเลเซีย (0.73 ดอลลาร์) ซึ่งมีราคาน้ำมันถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด

A graph showing fuel prices across the globe.
แม้คนออสเตรเลียจะรู้สึกว่าค่าน้ำมันแพงทุกครั้งที่เติม แต่ในความเป็นจริง ราคาน้ำมันในออสเตรเลียยังถูกกว่าหลายประเทศทั่วโลก Source: SBS

คนออสเตรเลียโดนเก็บภาษีน้ำมันมากกว่าประเทศอื่นหรือไม่?

ดร. โยกี วิดยัตตามา รองศาสตราจารย์จาก School of Politics, Economics and Society มหาวิทยาลัยแคนเบอร์รา อธิบายว่าในแง่ของภาษีน้ำมัน ออสเตรเลียอยู่ "ในระดับกลาง" เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก

เขาระบุว่า “โดยทั่วไปแล้ว ราคาน้ำมันพื้นฐานในแต่ละประเทศไม่ได้ต่างกันมากนัก” ซึ่งหมายความว่าความแตกต่างของราคาน้ำมันที่ผู้บริโภคจ่าย มักเกิดจากภาษีและค่าธรรมเนียมที่รัฐจัดเก็บมากกว่า
A graph showing different fuel taxes in each country.
ออสเตรเลียถือว่ามีภาษีน้ำมันในระดับที่ต่ำ เมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก Source: SBS
ด้าน จอห์น ฮอว์กินส์ อาจารย์อาวุโสจากมหาวิทยาลัยแคนเบอร์รา ระบุว่า หนึ่งในเหตุผลที่ชาวออสเตรเลียจ่ายค่าน้ำมันถูกกว่าหลายประเทศคือการเก็บภาษีที่ต่ำกว่า เขากล่าวกับ SBS News ว่า

“ออสเตรเลียเก็บภาษีน้ำมันต่ำกว่าประเทศส่วนใหญ่ในกลุ่ม OECD จึงทำให้ราคาน้ำมันในออสเตรเลียต่ำกว่าหลายประเทศในกลุ่ม OECD ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่รวม 38 ประเทศ”

เมื่อเทียบราคาน้ำมันกับรายได้เฉลี่ยของคนในประเทศ ราคาน้ำมันในออสเตรเลียก็ดูสมเหตุสมผล

ดร. วิดยัตตามา ประเมินว่าครัวเรือนในออสเตรเลียใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ยประมาณ 30 ลิตรต่อสัปดาห์ หรือราว 60 ดอลลาร์ คิดเป็นเพียง 3% ของรายได้เฉลี่ยในประเทศเท่านั้น

ราคาน้ำมันโลกไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

แม้ออสเตรเลียจะเก็บภาษีน้ำมันต่ำกว่าหลายประเทศ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ภาระภาษีจากค่าน้ำมันจะไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายของครัวเรือน

เหตุผลสำคัญคือประการแรกออสเตรเลียเป็นประเทศที่พึ่งพาการใช้รถยนต์ส่วนตัวสูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม OECD โดยเฉพาะในยุโรป

“แม้แต่ในสหรัฐฯ ระบบขนส่งสาธารณะยังดีกว่าออสเตรเลีย โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเมืองหลวง” ดร. วิดยัตตามา กล่าว

นั่นหมายความว่า แม้ราคาน้ำมันจะไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่การที่คนต้องขับรถบ่อยและเดินทางไกลก็ทำให้ค่าน้ำมันกลายเป็นภาระสำคัญในชีวิตประจำวันของคนออสเตรเลียอยู่ดี
จากข้อมูลสำมะโนประชากรปี 2022 ครัวเรือนเฉลี่ยในออสเตรเลียมีรถยนต์ 1.8 คัน โดยกว่า 90% ของครัวเรือนมีรถอย่างน้อยหนึ่งคัน และมากกว่าครึ่ง (55%) มีรถสองคันขึ้นไป

“ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า ออสเตรเลียพึ่งพาการใช้รถยนต์และแน่นอนว่าต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง” ดร. วิดยัตตามา กล่าว

เขาเสริมว่า ในบางเมืองอย่างนครเมลเบิร์นและซิดนีย์ การต้องพึ่งพารถยนต์เพื่อเดินทางในชีวิตประจำวันอาจน้อยลง แต่ในเมืองอื่น ๆ และพื้นที่ส่วนภูมิภาค การใช้รถยนต์ส่วนตัวยังคงเป็นสิ่งจำเป็น

ปัจจัยเรื่องภูมิศาสตร์ก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน “ที่อยู่อาศัยของคุณ และคุณภาพของระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่นั้น ๆ ส่งผลต่อว่าภาษีน้ำมันจะกระทบงบประมาณชีวิตประจำวันมากแค่ไหน”

ขณะที่ ดร. ฮอว์กินส์ ชี้ว่า อีกประการหนึ่งคือคนออสเตรเลียยังนิยมขับรถขนาดใหญ่ที่กินน้ำมันมาก ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ต้องจ่ายค่าน้ำมันสูงโดยรวม
A graph: How often do you fill up your car?
อยากประหยัดค่าน้ำมัน? ข้อมูลชี้ว่า “เติมบ่อย” ช่วยประหยัดได้มากกว่า Source: SBS
แล้วถ้าลดภาษีน้ำมันจริง จะช่วยได้แค่ไหน?

พรรคฝ่ายค้านเสนอในนโยบายงบประมาณว่า จะลดภาษีน้ำมันจาก 50.8 เซนต์ต่อลิตร เหลือ 25.4 เซนต์ โดยระบุว่ามาตรการนี้จะช่วยประหยัดเงินได้ประมาณ 14 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ สำหรับผู้ที่เติมน้ำมันเต็มถังขนาดเฉลี่ย 55 ลิตรทุกสัปดาห์

แต่ ดร. วิดยัตตามา มองว่ายอดประหยัดที่อ้างไว้อาจเกินจริง “ผมคิดว่าตัวเลขนี้ถูกขยายเกินไป” เขากล่าว

ขณะที่ จอห์น ฮอว์กินส์ ชี้ว่า ตัวเลขที่ฝ่ายค้านใช้ดูเหมือนจะอิงจากสมมุติฐานที่ว่าครัวเรือนใช้จ่ายค่าน้ำมันปีละ 10,000 ดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นความจริงเฉพาะกลุ่มคนจำนวนไม่มากที่อาศัยอยู่นอกเขตเมืองใหญ่
และอย่างที่ ดร. วิดยัตตามา ชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ประโยชน์จากการลดภาษีน้ำมัน “คนที่ไม่ขับรถก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการลดภาษีนี้เลย”

แม้มาตรการดังกล่าวอาจช่วยให้ราคาน้ำมันลดลงเล็กน้อย แต่การประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอาจไม่มากพอสำหรับทุกครัวเรือน โดยเฉพาะผู้ที่มีระบบขนส่งสาธารณะใช้อย่างสะดวก หรือผู้ที่ใช้น้ำมันน้อยอยู่แล้ว

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่  หรือ และ  

Share
Published 1 April 2025 11:07am
By Alexandra Koster
Presented by Chayada Powell
Source: SBS


Share this with family and friends