ได้เผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์หลังจากการตรวจสอบอุตสาหกรรมซูเปอร์มาร์เก็ตที่กินเวลานานกว่า 1 ปี
โดยเสนอข้อแนะนำ 20 ข้อเพื่อจัดการกับปัญหาต่าง ๆ เช่น การตั้งราคาสูงเกินจริง การจัดโปรโมชันลดราคาที่เป็นเท็จ และการลดขนาดสินค้าโดยไม่แจ้งผู้บริโภค (shrinkflation)
รายงานฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น และเพิ่มความโปร่งใสในการตั้งราคาสินค้าของซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ
จากการสอบสวนพบว่า สองซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ Woolworths และ Coles มีอิทธิพลเหนือคู่แข่งจนส่งผลกระทบแบบ “กึ่งผูกขาด” (oligopoly) และยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีกำไรมากที่สุดในโลกอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ACCC ยังไม่ตอบรับข้อเรียกร้องที่ให้องค์กรมีอำนาจในการแยกกิจการของสองบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Woolworths และ Coles
ในรายงานระบุว่า ปัญหาในอุตสาหกรรมซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ได้มีทางแก้แบบ “ยิงนัดเดียวจบ” (no silver bullet) แต่คณะกรรมการได้เสนอแนวทางหลายด้านเพื่อจัดการกับ 4 ประเด็นหลักที่เป็นปัญหาในระบบ
การสอบสวนครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่รูปแบบการตั้งราคา อัตรากำไร ไปจนถึงพฤติกรรมการแข่งขัน โดยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี เห็นชอบในหลักการกับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ ACCC นำเสนอดังนี้
รายละเอียดผลการตรวจสอบพบอะไรบ้าง?
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ชาวออสเตรเลียต้องเผชิญกับราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภท ขณะที่รายได้ไม่เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
รายงานของ ACCC ระบุว่า ระหว่างปี 2018 ถึงปลายปี 2021 ราคาสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับการเติบโตของค่าจ้าง
แต่ตั้งแต่ปลายปี 2022 ถึงต้นปี 2023 ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคกลับพุ่งสูงขึ้นมากกว่าสองเท่าของอัตราการขึ้นค่าจ้าง นำไปสู่ภาระค่าครองชีพที่หนักขึ้นสำหรับผู้บริโภค
ในขณะเดียวกัน ซูเปอร์มาร์เก็ตมีกำไรเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าบริษัทใหญ่ ๆ จะอ้างว่าไม่ได้รับกำไรมากขึ้นเท่าที่คิด
ACCC พบว่า ALDI, Coles และ Woolworths มีอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับซูเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศที่มีลักษณะคล้ายกัน
เมื่อพิจารณาร่วมกันทั้งอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT), กำไรสุทธิหลังหักภาษี (NPAT) และผลตอบแทนจากเงินลงทุนรวม (ROTC) ทาง ACCC ระบุว่า ALDI, Coles และ Woolworths “ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในธุรกิจในอุตสาหกรรมซูเปอร์มาร์เก็ตที่ทำกำไรได้มากที่สุดในโลก”
รายงานยังชี้ว่าบ่อยครั้ง Coles และ Woolworths มักมีอำนาจผูกขาดในสินค้าสด เช่น ผักผลไม้ และสินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภท ซึ่งทำให้ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ต้องรับความเสี่ยงและต้นทุนเพิ่มเติม
ACCC ยังระบุว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ห่างไกลมักสูงกว่าพื้นที่อื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยส่วนหนึ่งเกิดจากต้นทุนการขนส่งและการให้บริการที่สูงกว่าในพื้นที่ดังกล่าว
ในพื้นที่ห่างไกลหลายแห่งไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ไม่ว่า Coles หรือ Woolworths และผู้บริโภคแทบไม่มีทางเลือกว่าจะซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตเจ้าใด
รายงานยังพบว่า ร้านค้าบางแห่งในพื้นที่ห่างไกลไม่มีการติดป้ายราคาสินค้า ทำให้ผู้บริโภคขาดข้อมูลในการตัดสินใจก่อนซื้อ
อำนาจผูกขาดยังคงอยู่
รายงานของ ACCC ระบุว่า การยึดตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตของ Coles และ Woolworths จะยังคงดำเนินต่อไป โดยประเมินว่าในปัจจุบัน Woolworths มีส่วนแบ่งตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศอยู่ที่ 38% ขณะที่ Coles ครองอยู่ที่ 29%
ส่วน ALDI มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 9% และ Metcash ซึ่งเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตอิสระอย่าง IGA, Foodland และ Friendly Grocer มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 7%
ACCC ระบุว่า แม้ ALDI จะมีราคาสินค้าที่ถูกกว่าและเป็น “ทางเลือกสำคัญ” สำหรับผู้บริโภคในการหลีกเลี่ยงการผูกขาดของซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่อย่าง Coles และ Woolworths แต่ในความเป็นจริง ALDI ก็ไม่สามารถแข่งขันกับซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ทั้งทั้งสองเจ้าได้โดยตรง
ACCC ยอมรับว่า ข้อดีคือขนาดของเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตในออสเตรเลียที่ใหญ่และครอบคลุมทั่วประเทศส่งผลให้ระบบการจัดส่งอาหารมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค
รายงานระบุว่า “โดยเฉพาะ ALDI, Coles, Metcash และ Woolworths มีขนาดและความครอบคลุมของธุรกิจที่ช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับชาวออสเตรเลียจำนวนมาก และยังส่งผลดีผ่านความมีประสิทธิภาพในด้านการจัดซื้อ ระบบโลจิสติกส์ และการดำเนินงานด้านอื่น ๆ”

ฉลากโปรโมชั่นในซูเปอร์มาร์เก็ตทุกชิ้นไม่ได้เข้าใจได้ง่ายสำหรับผู้บริโภคทุกคน Source: AAP / Dan Peled
ในการยื่นข้อมูลต่อวุฒิสภา Coles ระบุ ว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากคำร้องขอปรับขึ้นราคาจากซัพพลายเออร์
นอกจากนี้ บริษัทยังชี้ว่า การขโมยของในร้าน (shoplifting) ที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นอีกสาเหตุที่เพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุน โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา Coles ระบุว่า รัฐวิกตอเรียเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาการโจรกรรมสินค้ามากที่สุด โดยมีอัตราอาชญากรรมสูงกว่ารัฐนิวเซาท์เวลส์ถึง 54%
รายงานมีข้อเสนอแนะอะไรบ้าง?
ACCC ได้เสนอแนวทางปฏิรูปกฎหมายและนโยบายหลายประการ รวมถึงมาตรการอื่น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมซูเปอร์มาร์เก็ตที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างประสิทธิภาพหนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือ ให้ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ระบุราคาสินค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการตั้งราคา และสำหรับเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ควรมีการให้ข้อมูลราคาสินค้าแบบเรียลไทม์ผ่านระบบ API เพื่อให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงและเปรียบเทียบราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ACCC ยังเสนอให้มีการปรับปรุงกระบวนการวางผังเมืองและการจัดเขตพื้นที่ (planning and zoning) ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการเปิดร้านซูเปอร์มาร์เก็ตใหม่ เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
นอกจากนี้ยังเน้นถึงความสำคัญของการมีกฎหมายใหม่ในการพิจารณาการควบรวมกิจการ โดยเฉพาะในกรณีที่ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่พยายามเข้าซื้อธุรกิจอื่น ๆ เพื่อป้องกันการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาด
ACCC ยังแนะนำให้มีการปรับปรุงระบบการคาดการณ์และเพิ่มความโปร่งใสในการประมูลราคาประจำสัปดาห์ รวมถึงระบบส่วนลดและการคืนเงิน (rebates) ระหว่างซูเปอร์มาร์เก็ตกับซัพพลายเออร์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและลดแรงกดดันต่อต้นทางการผลิต
ในส่วนของผู้บริโภค รายงานชี้ว่า วิธีการทำโปรโมชั่นและการลดราคาของ Coles และ Woolworths อาจทำให้ผู้บริโภคประเมินความคุ้มค่าได้ยาก รวมถึงความชัดเจนในผลประโยชน์ที่ได้รับจากระบบสะสมแต้ม
ACCC จึงเสนอให้มีการควบคุมการติดป้ายโปรโมชั่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับมูลค่าที่แท้จริงของระบบสะสมแต้ม พร้อมทั้งแนะนำให้มีการทบทวนระบบการสะสมแต้มอีกครั้งภายใน 3 ปีข้างหน้า
รายงานยังได้ตรวจสอบปัญหา “shrinkflation” หรือการลดขนาดบรรจุภัณฑ์ของสินค้าแต่ยังคงขายในราคาเดิม หรืออาจขึ้นราคในบางกรณี
ACCC แนะนำว่า ควรมีการบังคับให้ซูเปอร์มาร์เก็ตแจ้งให้ผู้บริโภคทราบอย่างชัดเจนเมื่อมีการเปลี่ยนขนาดบรรจุภัณฑ์ในลักษณะที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มค่าน้อยลง
รัฐบาลตอบสนองต่อข้อเสนอแนะอย่างไร?
รัฐบาลกลางออสเตรเลียเห็นชอบในหลักการกับข้อเสนอแนะของ ACCC แต่ระบุว่ารายงานไม่ได้สนับสนุนข้อเสนอของพรรคร่วมฝ่ายค้าน (Coalition) ที่ต้องการให้ ACCC มีอำนาจในการแยกกิจการของซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จิม ชาลเมอร์ส กล่าวว่ามาตรการของรัฐบาลในการจัดระเบียบซูเปอร์มาร์เก็ตครั้งนี้ จะส่งเสริมการแข่งขันและสร้างความเป็นธรรมทั้งสำหรับผู้บริโภคและเกษตรกร
“มันคือการทำให้แน่ใจว่าชาวออสเตรเลียจะไม่ถูกซูเปอร์มาร์เก็ตเอาเปรียบเหมือนคนไม่รู้ประสีประสา” นายจิม ชาลเมอร์ส กล่าว
ด้านผู้นำฝ่ายค้าน ปีเตอร์ ดัตตัน ให้คำมั่นว่า หากชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า (ซึ่งต้องจัดขึ้นภายในวันที่ 17 พฤษภาคม) เขาจะมอบอำนาจให้ ACCC สามารถแยกกิจการของซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ เพื่อจัดการกับพฤติกรรมที่ขัดต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ขณะที่นายกรัฐมนตรี แอนโทนี อัลบานีซี วิจารณ์ข้อเสนอของฝ่ายค้านว่าเป็นแนวคิดตกยุคคล้ายกับระบบในอดีตของสหภาพสาธารณรัฐโซเวียต
– รายงานเพิ่มเติมโดย AAP