"รัดเข็มขัดหนัก": คาดค่าไฟในบางรัฐจ่อขึ้นเกือบ 10%

หน่วยงานกำกับดูแลพลังงานของรัฐบาลได้ประกาศปรับเพดานราคาค่าไฟประจำปี 2025-2526 ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย

A man sitting at a table in front of a laptop, holding a bill in his hands. A woman is seated next to him.

หน่วยงานกำกับดูแลพลังงานของรัฐบาลได้ประกาศปรับเพดานราคาค่าไฟประจำปีในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย Source: Getty / miniseries

ประเด็นสำคัญ
  • มีการร่างเอกสารเพื่ออนุญาตให้มีการปรับเพดานราคาพลังงานในเขตตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียในปี 2025-26
  • เมื่อสองปีก่อนลูกค้าบางรายเคยเผชิญกับการขึ้นราคาค่าไฟสูงถึง 40%
  • ข้อเสนอราคาตลาดเริ่มต้น (Default Market Offer) มีแนวโน้มปรับขึ้นสูงสุด 9%
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่:  

ค่าไฟจ่อขึ้นตั้งแต่ 1 ก.ค. หลังหน่วยงานพลังงานเผยร่างเอกสารกำหนดราคาเพื่อสวัสดิการสังคม (safety net) ประจำปี ปี 2025-26

โดยปกติแล้วค่าไฟของครัวเรือนและธุรกิจต่างๆ ในเขตพื้นที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ ตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ และรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ถูกควบคุมโดยอัตรามาตรฐานที่เรียกว่า Default Market Offer (DMO) โดยสำนักงานกำกับดูแลพลังงานแห่งออสเตรเลีย (AER)

การปรับขึ้นราคาครั้งนี้มีขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวออสเตรเลียจำนวนมากกำลังเผชิญกับภาระค่าไฟที่เพิ่มขึ้น

ยูอัน ชายวัย 61 ปี เขาเป็นคนหนึ่งซึ่งรับเงินบำนาญช่วยเหลือผู้พิการและอาศัยอยู่ในที่พักสวัสดิการร่วมกับภรรยาและลูก กล่าวว่าค่าไฟที่แพงขึ้นจะทำให้ชีวิตของเขาลำบากมากขึ้นไปอีก

เราต้องรัดเข็มขัดมากขึ้นอีก มันอาจหมายถึงการลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร หรือแม้แต่ยาที่จำเป็นต้องใช้
ยูอัน ผู้รับเงินบำนาญช่วยเหลือผู้พิการ กล่าว
ยูอันเผยว่า แม้ในห้องที่เขาอยู่จะมีเครื่องปรับอากาศ แต่ห้องอื่นๆ ของบ้านไม่มี ทำให้ในฤดูร้อนและระหว่างสัปดาห์ที่มีคลื่นความร้อน ทำให้ภายในบ้านร้อนมาก

วิกฤตค่าไฟพุ่ง กระทบครัวเรือนหนัก

ผลสำรวจใหม่จาก องค์กรสนับสนุนการลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำ พบว่าเกือบสองในสามของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,011 คน กำลังเผชิญกับปัญหาค่าไฟที่สูงขึ้น

ผลสำรวจยังระบุว่า ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามต้องลดค่าใช้จ่ายในอาหาร ยา หรือของจำเป็นอื่น ๆ เพื่อให้สามารถจ่ายค่าไฟได้

และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ชาวพื้นเมืองออสเตรเลีย (88%) ผู้เช่าที่อยู่อาศัย (76%) ผู้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ (75%) ผู้ที่มีความพิการหรือโรคเรื้อรัง (72%)

ACOSS ชี้วิกฤตค่าไฟกระทบหนัก คนป่วย-อดอาหารเพราะไม่มีเงินจ่าย

ดร.แคสซานดรา โกลดี ซีอีโอของ ACOSS ระบุว่า "เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่งที่ในหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ผู้คนกลับต้องป่วย อดอาหาร และเลื่อนนัดพบแพทย์เพราะไม่สามารถจ่ายค่าไฟเพื่อทำให้ที่อยู่อาศัยไม่ร้อนเกินไปหรือใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้"

เธอเน้นย้ำว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนในการช่วยเหลือประชาชนให้สามารถปรับปรุงฉนวนกันความร้อนของที่อยู่อาศัย หรือเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าและเข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์

โดยติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา รวมถึงแบตเตอรี่สำหรับใช้ในครัวเรือน โดยให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษแก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและชาวพื้นเมืองออสเตรเลีย

ผลสำรวจยังเผยว่า 67% ของผู้ตอบแบบสอบถามพยายามลดการใช้พลังงานเพื่อควบคุมค่าไฟ
ผลสำรวจจาก เว็บไซต์เปรียบเทียบค่าใช้จ่าย พบว่า อย่างน้อย 80% ของชาวออสเตรเลียต้องการให้รัฐบาลขยายมาตรการลดค่าไฟต่อไป

แซลลี ทินดอลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกของ Canstar ระบุว่า อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อนทำให้การใช้ไฟฟ้าของหลายครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

แม้ว่าความช่วยเหลือส่วนลดค่าไฟชั่วคราวจะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แต่ความช่วยเหลือนี้กำลังจะสิ้นสุดลง"

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลจะขยายมาตรการนี้ต่อไปหรือไม่ โดยเงินช่วยเหลือ งวดสุดท้ายของเงินสนับสนุนมีกำหนดจ่ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้

ค่าไฟจะขึ้นเท่าไหร่ พื้นที่ใดบ้าง

จากข้อมูลในร่างเอกสารของ เผยว่า ลูกค้าในรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW) จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยราคาค่าไฟเตรียมปรับขึ้น 7.8 - 8.8%

มีการคาดการณ์ราคาค่าไฟใหม่ดังนี้:
  • ลูกค้ากลุ่มที่จ่ายอัตราค่าไฟพิเศษหรือ Controlled load หมายถึงอัตราค่าไฟแยกต่างหากสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท เช่น ระบบน้ำร้อนและปั๊มสระว่ายน้ำ ที่เดินสายไฟแยกจากระบบไฟฟ้าหลักของบ้านจะต้องจ่ายค่าไฟราว $2,714 - $3,174
  • ลูกค้ากลุ่มอื่น: $1,969 - $2,713
A phone with a screen lit next to cash on a table.
Energy bills are anticipated to increase starting 1 July, following the energy regulator's release of draft 'safety net' prices for 2025-26. Credit: AAP
ขณะที่ลูกค้าในพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ ลูกค้าที่จ่ายแบบ controlled load จะต้องจ่ายค่าไฟประมาณ $2,475 ขณะที่ลูกค้าที่ไม่มี controlled load จะเห็นค่าไฟเพิ่มขึ้น 5.8% เป็น $2,185

ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ก็มีการปรับขึ้นราคาในระดับใกล้เคียงกัน และจะทำให้ลูกค้า controlled load จ่ายเพิ่มขึ้น 4.4% หรือราว $2, 881 ส่วนลูกค้าทั่วไปจะจ่ายมากขึ้น 5.1%

ธุรกิจขนาดเล็ก ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยค่าไฟจะเพิ่มขึ้นระหว่าง 4.2% - 8.2% คิดเป็น $4,439 - $6,183

แคลร์ ซาเวจ ประธานของ AER ระบุว่า "เราพบแรงกดดันด้านต้นทุนในเกือบทุกด้านของราคาตลาดเริ่มต้น (DMO)"

อย่างไรก็ตาม อัตราค่าไฟดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการร่างเอกสารและจะมีการหารือกันจนถึงวันที่ 3 เมษายน 2025 ก่อนจะประกาศใช้อัตราค่าไฟใหม่ในเดือนพฤษภาคม

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ หรือ และ

Share
Published 14 March 2025 11:20am
By Veronica Lenard
Presented by Chayada Powell
Source: SBS


Share this with family and friends