เจ้าหน้าที่เผยว่าแผ่นดินไหวรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมียนมาร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 150 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ส่งผลให้อาคารพังถล่มและโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงตึกระฟ้าที่กำลังก่อสร้างในกรุงเทพฯ ประเทศไทย
ความเสียหายส่วนใหญ่จากเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ ซึ่งอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหว
ใจกลางแผ่นดินไหวเกิดขึ้นที่ไหน
แผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ เกิดขึ้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองสะกาย ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ความลึกเพียง 10 กิโลเมตร (6 ไมล์)
หลังจากนั้นไม่กี่นาที ก็เกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงขนาด 6.7 ริกเตอร์ตามมา และเกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กกว่านั้นอีกหลายสิบครั้ง
แผ่นดินไหวครั้งนี้สามารถรู้สึกได้ทั่วทั้งภูมิภาค โดยมีรายงานการสั่นสะเทือนจากอินเดียไปทางตะวันตกและจีนไปทางตะวันออก รวมถึงกัมพูชาและลาวด้วย
แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นตามรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งทอดยาวจากชายฝั่งไปจนถึงชายแดนทางตอนเหนือของเมียนมาร์ ตามรายงานของจูดิธ ฮับบาร์ด และไคล์ แบรดลีย์ นักวิทยาศาสตร์ด้านแผ่นดินไหว
เกิดความเสียหายอะไรบ้าง?
สถานีโทรทัศน์ MRTV ของรัฐบาลรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในเมียนมาร์อย่างน้อย 144 ราย และบาดเจ็บ 732 ราย
ในประเทศไทย มีผู้เสียชีวิตในกรุงเทพฯ 10 ราย โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตจากเหตุตึกระฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่ม
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายังมีคนงานก่อสร้างอีกกว่า 100 คนติดอยู่ในซากอาคารใกล้กับตลาดนัดจตุจักร

แผ่นดินไหวรุนแรงครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 140 ราย และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โครงสร้างพื้นฐาน บ้านเรือน และเครือข่ายขนส่งก็ได้รับความเสียหายไปด้วย Source: SIPA USA / Teera Noisakran
ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งคืน แม้ว่าการค้นหาซากอาคารที่ถล่มนั้นจะดูยุ่งยากก็ตาม
เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากอมรปุระ เมืองโบราณที่ปัจจุบันเป็นเขตปกครองมัณฑะเลย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กู้ศพคน 30 รายจากอาคารอพาร์ตเมนต์หลายชั้นที่พังถล่มลงมาได้
“ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย เมืองของเราดูเหมือนทั้งเมืองที่พังถล่มลงมา” เขากล่าว และประเมินว่าอาคารประมาณหนึ่งในห้าถูกทำลายไปแล้ว
สื่อของรัฐรายงานว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้อาคารใน 5 เมืองพังถล่มลงมา รวมถึงสะพานรถไฟและสะพานถนนบนทางด่วนสายย่างกุ้ง-มัณฑะเลย์ ภาพแสดงให้เห็นสะพานเอวาที่พังถล่มลงมาเหนือแม่น้ำอิระวดี โดยส่วนโค้งของสะพานเอียงลงไปในน้ำ
ชาวมัณฑะเลย์รายหนึ่งกล่าวว่าความเสียหายแผ่ขยายไปทั่วเมือง และย่านหนึ่งคือย่านเซนปานก็เกิดไฟไหม้
ชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่าถนนได้รับความเสียหาย โทรศัพท์ถูกตัดขาด และไม่มีไฟฟ้าใช้
พยาน 2 รายระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายหลังจากมัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองตองอูพังถล่มลงมาบางส่วน
“พวกเรากำลังละหมาดกันอยู่เมื่อเกิดแผ่นดินไหว... มีคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 คน” พยานคนหนึ่งกล่าว
สื่อท้องถิ่นรายงานว่าโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองอองบาน รัฐชาน พังถล่มลงมาเป็นเศษหิน ขณะที่สำนักข่าว Democratic Voice of Burma รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 2 คน และมีผู้ติดอยู่ภายใน 20 คน
เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เมียนมาร์รายงานอะไรมาแล้วบ้าง?
พลเอกมิน ออง หล่าย ผู้นำคณะรัฐประหารของเมียนมาร์ กล่าวว่าจะมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้น และเชิญชวน “ประเทศใดก็ได้” ให้ให้ความช่วยเหลือและบริจาคเงิน
ในเวลาต่อมาของวันศุกร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ กล่าวที่ทำเนียบขาวว่า เขาได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในเมียนมาร์แล้ว และรัฐบาลของเขาจะให้ความช่วยเหลือในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง “เราจะให้ความช่วยเหลือ” เขากล่าวกับนักข่าว
เมืองมัณฑะเลย์ซึ่งมีประชากรประมาณ 1.5 ล้านคน เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของเมียนมาร์และเป็นศูนย์กลางของดินแดนพุทธที่เป็นหัวใจของเมือง เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังพยายามเข้าไปช่วยเหลือพระสงฆ์หลายสิบรูปที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังในวัดพญาตอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉุกเฉินในเมืองอมรปุระกล่าว อาคาร สะพาน และถนนได้รับความเสียหาย ประชาชนและสื่อท้องถิ่นรายงาน
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า สหประชาชาติกำลังระดมกำลังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
ซิน มาร์ ออง โฆษกทางการทูตของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติซึ่งเป็นฝ่ายค้าน กล่าวว่า นักรบจากกองกำลังติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลทหารที่รู้จักกันในชื่อกองกำลังป้องกันประชาชน จะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
การวิเคราะห์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งอิงจากความรุนแรงและความลึกของแผ่นดินไหว ประเมินว่าอาจมีผู้เสียชีวิตหลายพันคนและสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยภูมิภาคสะกายและเมกติลาได้รับผลกระทบหนักที่สุด
สถานการณ์ในกรุงเทพฯ เรารู้อะไรบ้าง?
28 มีนาคม 2568 เวลา 15.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงกรณีเหตุแผ่นดินไหวว่า ต้นเหตุมาจากเมียนมาแล้วเข้ามาทางเหนือ มีเหตุแรงและมีเหตุการณ์ตึกถล่มแถวจตุจักร ได้รับรายงานและสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ฉุกเฉินและได้แจ้งทั่วประเทศให้ทำเสมือนว่าเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินทั้งหมด เพื่อให้เมื่อมีเหตุการณ์ที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนทำได้ทันที และได้ให้ทาง DE ส่ง SMS และให้ส่ง SMS แจ้งพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเหตุการณ์การปฏิบัติตัวเบื้องต้น
ต่อมาวันนี้ (29 มี.ค. 68) เวลา 10.45 น. ณ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวและมาตรการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ว่า วันนี้มาประชุมและติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (28 มี.ค. 68) เวลาประมาณ 13:30 น. หลังจากเกิดเหตุ รัฐบาลได้มีการสั่งการและดำเนินการช่วยเหลือทันที โดยวันนี้ได้สรุปผลการดำเนินงาน รวมถึงแนวทางการแก้ไขและปรับปรุงมาตรการต่าง ๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นมีศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมา และส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีรายงานว่า ตึกที่อยู่ระหว่างก่อสร้างถล่ม 1 แห่ง แต่อาคารอื่นๆ ในกรุงเทพมหานครไม่ได้รับผลกระทบในระดับที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ทั้งนี้ โครงสร้างอาคารในกรุงเทพมหานครได้ถูกออกแบบให้รองรับแรงสั่นสะเทือนตามมาตรฐานที่กำหนด
ขณะนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองกำลังตรวจสอบ สาเหตุของการถล่มของอาคารดังกล่าว และจะรายงานผลภายในหนึ่งสัปดาห์ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังทำให้ประชาชนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มี Aftershock เกิดขึ้นประมาณ 50 ครั้ง แต่มีขนาดเล็กและลดลง โดยครั้งสุดท้ายที่มีการวัดแรงสั่นสะเทือนได้คือช่วง เที่ยงคืนของเมื่อวาน ที่ขนาด 1.2 ริกเตอร์ ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อประชาชน
“รัฐบาลขอยืนยันว่า จะดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กำลังดำเนินงานอย่างเต็มกำลัง” นายกรัฐมนตรีย้ำ
นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ทำงานอย่างหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะหน่วยกู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือบริเวณอาคารถล่ม ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะเป็นผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการและมาตรการช่วยเหลือต่อไป รวมถึงการจัดการพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า สถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยขณะนี้ได้คลี่คลายลงแล้ว
สำหรับผู้ที่พักอาศัยในตึกสูง ขอให้รอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อาคารก่อนกลับเข้าไป สำหรับ ที่พักอาศัยทั่วไป ขณะนี้สามารถกลับเข้าไปได้ตามปกติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ยังรู้สึกไม่มั่นใจ ซึ่งทางกรุงเทพมหานครจะเปิด สวนสาธารณะ 5 แห่ง ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัย
ระบบเตือนภัยในไทย ประเด็นที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
ในโลกสังคมออนไลน์ ประชาชนในพื้นที่และผู้ใช้งานจำนวนมากต่างตั้งคำถามถึงระบบเตือนภัยในไทย โดยทางนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการปรับปรุงการแจ้งเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแจ้งเตือนผ่าน SMS และช่องทางอื่นๆ เพื่อให้ข้อมูลถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง สำหรับมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รายละเอียดจะมีการประกาศเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้
ตึกสูงในกรุงเทพฯปลอดภัยแค่ไหน
รายงานจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถึงเหตุการณ์ที่อาคารถล่มว่าเป็นอาคารก่อสร้างในพื้นที่เขตจตุจักร ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งเป็นจุดเดียวที่ได้รับผลกระทบเสียหาย ยืนยันว่าความเสียหายรุนแรงมีจำกัด มีแค่อาคารที่ก่อสร้างเท่านั้น ขอให้ความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งปัจจุบันนี้ อาคารโดยทั่วไปในกทม. มีมาตรฐานที่ดี โดยสาเหตุของการถล่มในตึกดังกล่าว กรมโยธาธิการ จะตรวจสอบต่อไป
สำหรับการเดินทางทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT อยู่ในระหว่างการตรวจสอบความปลอดภัย คาดว่าน่าจะเปิดให้บริการได้ โดยเมื่อวานนี้กระทรวงคมนาคม ได้จัดเตรียม รถโดยสารสาธารณะ ให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่คืนวันนี้จนถึงช่วงเช้า (29 มี.ค. 68) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการเดินทาง
ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เปิด สวนสาธารณะหลายแห่งเพื่อให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับประชาชนที่ยังรู้สึกไม่มั่นใจในการกลับเข้าที่พัก พร้อมจัดเตรียม น้ำดื่มและอาหาร ให้บริการในจุดต่าง ๆ ได้แก่ สวนลุมพินี สวนเบญจสิริ สวนเบญจกิติ สวนจตุจักร
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันว่าเหตุการณ์ After shock ครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบในระดับรุนแรง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในอาคารสูงที่ไม่ได้รับความเสียหายสามารถกลับเข้าพักอาศัยได้ แต่หากบ้านพักหรือคอนโดใด ยังมีความกังวล สามารถแจ้งทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ รวมถึงสามารถติดต่อกรมโยธาธิการและผังเมืองซึ่งมีวิศวกรที่ลงทะเบียนกว่า 2,000 คน พร้อมที่จะตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารอย่างเต็มกำลัง
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ หรือ และ