ประเด็นสำคัญ
- ออสเตรเลียหลุดจาก 10 อันดับแรกในรายงานความสุขของโลกฉบับล่าสุด
- ฟินแลนด์ยังคงครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน
- สหรัฐฯ ร่วงไปอยู่ในอันดับที่ 24 ซึ่งเป็นอันดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ประเทศออสเตรเลียหลุดจาก 10 อันดับแรกในรายงานความสุขของโลกฉบับล่าสุด
โดยร่วงมาอยู่ที่อันดับ 11 ขณะที่นิวซีแลนด์ตามมาติด ๆ ที่อันดับ 12 โดยมีประเทศอิสราเอล เม็กซิโก และกลุ่มประเทศนอร์ดิก แซงหน้า
จากรายงานความสุขของโลกล่าสุด ซึ่งจัดทำโดยศูนย์วิจัยความเป็นอยู่ที่ดีแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
จัดอันดับให้ประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลกคือฟินแลนด์ซึ่งครองตำแหน่งเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน รองลงมา ได้แก่ เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ และสวีเดน
การจัดอันดับนี้อ้างอิงจากค่าเฉลี่ย 3 ปีของคะแนนความเป็นอยู่จากประเทศผู้เข้าร่วมสำรวจทั้งหมด 147 ประเทศที่รายงานผลด้วยตนเอง โดยวัดในระดับตั้งแต่ 0 ถึง 10
ผู้ตอบแบบสอบถามจะต้องให้คะแนนตัวเองบนบันไดจินตนาการ (imaginary ladder) ซึ่งมีระดับตั้งแต่คุณภาพชีวิตที่แย่ที่สุดไปจนถึงคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
การศึกษานี้จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกันระหว่างบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Gallup และเครือข่ายโซลูชันเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ
ความไว้วางใจ ความเมตตา และความเชื่อมโยงทางสังคม
ศาสตราจารย์ แจน-เอ็มมานูเอล เดอ เนิฟ หนึ่งในบรรณาธิการรายงานและนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า
รายงานผลการสำรวจในปีนี้กระตุ้นให้เกิดการพิจารณาเพิ่มตัวชี้วัดแบบใหม่ เช่น สุขภาพและความมั่งคั่ง
การแบ่งปันมื้ออาหารและความไว้วางใจต่อผู้อื่น เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่าที่คาดไว้" ศาสตราจารย์เดอ เนิฟ กล่าว
"ในยุคของการแยกตัวทางสังคมและความขัดแย้งทางการเมือง เราจำเป็นต้องหาทางดึงดูดผู้คนกลับมานั่งร่วมโต๊ะอาหารกันอีกครั้ง เพราะมันมีความสำคัญต่อความสุขทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวม"
นักวิจัยพบว่า นอกจากสุขภาพและความมั่งคั่งแล้ว ปัจจัยอย่างการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น การมีคนให้พึ่งพาทางอารมณ์ และขนาดของครัวเรือน ก็มีบทบาทสำคัญต่อความสุขของผู้คน
พวกเขายังระบุว่า คนมักมองข้ามผลกระทบของความเมตตาจากผู้อื่นที่มีต่อความสุขของตัวเอง
อ่านเพิ่มเติม

จะมีความสุขมากขึ้นไหม ถ้าเข้าใจวัฒนธรรมออสซี่
ประธานเครือข่ายโซลูชันเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Solutions Network) เจฟฟรีย์ ดี. แซคส์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของผู้คนในการนำผลการศึกษานี้ไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกต่อประเทศของตน
รายงานความสุขของโลกในปีนี้เป็นการย้ำว่า รากฐานของความสุขมาจากความไว้วางใจ ความเมตตา และความเชื่อมโยงทางสังคมประธานเครือข่ายโซลูชันเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ เจฟฟรีย์ ดี. แซคส์ กล่าว
จากรายงานยังพบว่าอิสราเอลและเม็กซิโกไต่อันดับประเทศที่มีความสุข ซึ่งแม้อยู่ในภาวะสงครามกับฮามาส
แต่อิสราเอลยังคงอยู่ในอันดับที่ 8 ขณะที่คอสตาริกาและเม็กซิโกติด 10 อันดับแรกเป็นครั้งแรก โดยอยู่ที่อันดับ 6 และ 10 ตามลำดับ
ขณะที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรมีอันดับร่วงลง
ในด้านการประเมินของความสุขที่ลดลงหรือความทุกข์ที่เพิ่มขึ้นทำให้สหรัฐฯ ตกไปอยู่ที่อันดับ 24 ซึ่งเป็นอันดับต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลังจากเคยขึ้นไปสูงสุดที่อันดับ 11 ในปี 2012
รายงานยังระบุว่า จำนวนคนที่รับประทานอาหารเพียงลำพังในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 53% ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา
แม้ว่าประเทศในยุโรปส่วนใหญ่จะครอง 20 อันดับแรกของการจัดอันดับ แต่ก็มีกรณียกเว้น
ในปีนี้สหราชอาณาจักรอยู่ในอันดับที่ 23 ซึ่งเป็นคะแนนประเมินคุณภาพชีวิตเฉลี่ยต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการรายงานในปี 2017
ส่วนอัฟกานิสถานยังคงเป็นประเทศที่มีความสุขน้อยที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงอัฟกันที่เปิดเผยว่าชีวิตของพวกเธอมีความยากลำบากอย่างมาก
ตามมาด้วยประเทศเซียร์ราลีโอนในแอฟริกาตะวันตกเป็นประเทศที่มีความสุขน้อยที่สุดเป็นอันดับสอง และเลบานอนซึ่งอยู่ในอันดับสามจากท้ายสุด
และการจัดอันดับประเทศที่มีความสุขล่าสุด พบว่าประเทศไทยรั้งอันดับที่ 49 โดยเป็นประเทศที่มีความสุขมากที่สุดลำดับ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์ซึ่งอยู่ในอันดับ 34 และเวียดนามที่อยู่ในอันดับ 46