เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมียนมาที่สะเทือนไกลถึงกรุงเทพฯประเทศไทย และหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ซึ่งคร่าชีวิต และสร้างความเสียหายให้อาคาร บ้านเรือน รวมถึงตึก สตง.ที่พังถล่มลงมา
แรงสะเทือนครั้งนี้ยังนำมาสู่ประเด็นข้อถกเถียงสุดร้อนแรงอีกครั้งว่า ทำไมไทยยังไม่มีSMS เตือนภัยเหมือนประเทศอื่นสักที
ความคืบหน้าของระบบเตือนภัยของไทย
นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร แถลงแนวทางปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัย
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 15.05 น. ณ บริเวณทางเชื่อมตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ได้แถลงข่าวภายหลังการประชุมติดตามและแก้ไขปัญหาการแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS โดยมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ AIS, TRUE และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เพื่อถอดบทเรียนและกำหนดแนวทางการปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

37-year old Paetongtarn Shinawatra, Leader of Pheu Thai Party, is the youngest-ever prime minister of Thailand. Source: AP / Sakchai Lalit
แนวทางการเปลี่ยนแปลงระบบแจ้งเตือนภัย
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าที่ประชุมได้ข้อสรุปให้มีการปรับเปลี่ยน แนวทางปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) โดยให้สามารถส่งข้อความแจ้งเตือนได้ทันทีเมื่อได้รับข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ไม่ต้องทำการวิเคราะห์ข้อความ ก่อนส่งต่อ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการแจ้งเตือนเหลือเพียง 1 ชั่วโมง โดยเนื้อหาของข้อความต้องมีความกระชับ ถูกต้อง และเข้าใจง่าย
แนวทางการใช้ Virtual Cell Broadcast ก่อนระบบเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ ในระหว่างรอการใช้งาน Cell Broadcast เต็มรูปแบบ ที่คาดว่าจะเปิดใช้งานในเดือนกรกฎาคม รัฐบาลจะใช้ระบบ Virtual Cell Broadcast เป็นมาตรการชั่วคราว ดังนี้:
- สำหรับระบบ Android ซึ่งมีเลขหมาย 70 ล้านเลขหมาย ปภ. จะส่งข้อความแจ้งเตือนตรงไปยังผู้ให้บริการเครือข่าย (Operator) เพื่อกระจายสู่ประชาชนทันที
- สำหรับระบบ iOS ซึ่งมีเลขหมาย 50 ล้านเลขหมาย จะใช้การส่ง SMS เป็นวิธีการชั่วคราว โดยให้ ปภ. ส่งข้อความตรงไปที่ Operator เช่นกัน
- กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ กสทช. จะเร่งเจรจากับบริษัทแอปเปิล เพื่อให้สามารถใช้ Virtual Cell Broadcast ได้โดยเร็ว
- มาตรการทั้งหมดนี้จะถูกนำมาใช้ทันที ก่อนที่ระบบ Cell Broadcast เต็มรูปแบบจะเปิดใช้งานในเดือนกรกฎาคม
การสื่อสารหลายช่องทางเพื่อแจ้งเตือนภัย
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า SMS และ Cell Broadcast เป็นเพียงหนึ่งในวิธีการแจ้งเตือนภัย แต่รัฐบาลจะใช้ช่องทางสื่อสารอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ได้แก่:
- LINE, Facebook และแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ
- โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ทีวีพูล) ซึ่งเคยใช้ในช่วงเกิดแผ่นดินไหว
- การประชาสัมพันธ์ผ่านกรมประชาสัมพันธ์และสื่อหลัก เพื่อให้การแจ้งเตือนเข้าถึงประชาชนได้ทั่วถึง
ความพร้อมของระบบ Cell Broadcast เต็มรูปแบบของไทย
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อระบบ Cell Broadcast เต็มรูปแบบเปิดใช้งาน ประชาชนทุกคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือจะได้รับการแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมหรือพายุ เช่นเดียวกับระบบที่ใช้ในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที
การปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศไทย ให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
แล้วระบบ Cell Broadcast ของออสเตรเลียเป็นอย่างไร
ย้อนดูภูมิหลังระบบเตือนภัยของออสเตรเลีย
ฟิโอนา ดันสตัน (Fiona Dunstan) ผู้จัดการแผนกการมีส่วนร่วมของชุมชนจากสำนักอุตุนิยมวิทยา (National Community Engagement Manager for the Bureau of Meteorology) กล่าวว่า ระบบเตือนภัยของออสเตรเลียถูกออกแบบเพื่อเตือนภัยสถานการณ์หลายประเภท เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ พายุไซโคลน ความร้อนรุนแรง และยังมีระบบแจ้งเตือนที่จัดลำดับการเตือนในแต่ละสถานการณ์อันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือธุรกิจ ดังนั้นระบบนึงสำหรับก่อนเกิดเหตุและอีกระบบนึงคือระหว่างเกิดเหตุ
ปรับปรุงระบบเตือนภัยในทันสมัย รวดเร็ว และแม่นยำ
ออสเตรเลียเป็นอีกประเทศที่กำลังพัฒนาระบบ cell-broadcast ผ่านโครงการ ระบบส่งข้อความแห่งชาติ (The National Messaging System - NMS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉิน ระบบนี้ถูกพัฒนาตามข้อเสนอแนะของ Royal Commission ประจำปี 2020 ซึ่งพบว่าระบบแจ้งเตือนภัยมีความสำคัญต่อรัฐบาลในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
การพัฒนาและการดำเนินงาน
รัฐบาลออสเตรเลียได้จัดสรรงบประมาณสำหรับการสร้างระบบ NMS ในปีงบประมาณ 2022-23 และ 2023-24 โดยโครงการนี้ดำเนินงานร่วมกันระหว่าง National Emergency Management Agency (NEMA) และ กระทรวงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การพัฒนาภูมิภาค การสื่อสาร และศิลปะ (DITRDCA) นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลระดับรัฐ เขตปกครอง และองค์กรบริการฉุกเฉิน เพื่อให้ระบบสามารถบูรณาการและทำงานได้อย่างเหมาะสม
ยกเครื่องเตือนภัยไปอีกขั้น
เว็บไซต์ของรัฐบาลกลางออสเตรเลียได้ระบุว่า NMS เป็นระบบแจ้งเตือนข้อความรูปแบบใหม่ ซึ่งนำข้อดีของเทคโนโลยี cell-broadcast มาใช้กับการแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินในออสเตรเลีย ซึ่งเทคโนโลยี cell-broadcast ถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับนานาชาติ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการนำไปใช้ในกว่า 20 ประเทศสำหรับการสื่อสารแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

คุณรู้หรือไม่ว่าเหตุการณ์แบบไหนควรโทรหาทริปเปิลซีโร (000)
รัฐบาลฯยังระบุด้วยว่า NMS จะช่วยให้บริการข้อความฉุกเฉินทั่วออสเตรเลียสามารถส่งข้อความแจ้งเตือนแบบกำหนดเป้าหมายได้ โดยจะสามารถส่งข้อความเหล่านี้ไปยังโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับได้ในเวลาใกล้เคียงกับเวลาจริง ระบบนี้จะมีความน่าเชื่อถือ แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าหน่วยงานต่างๆ สามารถติดต่อผู้คนได้อย่างรวดเร็วเมื่อถึงคราวจำเป็น ช่วยรักษาชีวิตและทรัพย์สินได้
ข้อความแจ้งเตือนจะรวมถึงข้อมูลต่อไปนี้:
- ประเภทของเหตุฉุกเฉิน
- สถานที่เกิดเหตุ
- ความรุนแรงของเหตุฉุกเฉิน
- ความต้องการการตอบสนอง
- สถานที่ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม
สถานการณ์ฉุกเฉินที่สามารถใช้ NMS ได้
ระบบ NMS ถูกออกแบบมาให้รองรับการแจ้งเตือนในหลายสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น:
- ภัยธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม พายุไซโคลน และคลื่นสึนามิ
- ภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคง เช่น เหตุการณ์ความรุนแรงในที่สาธารณะ การก่อการร้าย
- เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ เช่น ภัยพิบัติทางชีวภาพ การระบาดของโรคสัตว์และพืช
- ภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพ เช่น โรคระบาดหรือปัญหาสาธารณสุขระดับชาติอื่นๆ
จุดเด่นของระบบ NMS
NMS ได้รับการออกแบบให้เป็นระบบแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
- แจ้งเตือนแบบเรียลไทม์: สามารถส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ที่รองรับได้ในเวลาใกล้เคียงกับเวลาจริง
- ความแม่นยำสูง: สามารถระบุตำแหน่งและส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังพื้นที่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำถึง 160 เมตร
- ความน่าเชื่อถือสูง: ระบบสามารถทำงานได้แม้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือมีการใช้งานหนาแน่น
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เตือนกลลวงทาง SMS รูปแบบใหม่แบบพ็อปอัป 'ที่สามารถแฮ็ก' การใช้งานโทรศัพท์ได้
- การแจ้งเตือนแบบเฉพาะกลุ่ม: สามารถส่งข้อความไปยังกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่รบกวนผู้ที่อยู่นอกพื้นที่
- รักษาความเป็นส่วนตัว: ระบบไม่เก็บรวบรวมหรือจัดเก็บหมายเลขโทรศัพท์และข้อมูลตำแหน่งของผู้ใช้
- ความปลอดภัยสูง: ข้อความแจ้งเตือนสามารถส่งได้ผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ป้องกันการแทรกแซงจากมิจฉาชีพ
- สามารถข้ามการตั้งค่าห้ามรบกวน: ระบบสามารถส่งการแจ้งเตือนที่มีเสียงเตือนแม้ในขณะที่โทรศัพท์ตั้งอยู่ในโหมดเงียบ
- รองรับหลายภาษาในอนาคต: ข้อความแจ้งเตือนเริ่มต้นจะเป็นภาษาอังกฤษ และจะมีการพัฒนาให้รองรับภาษาต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่ม
ความคืบหน้าของระบบ NMS ในออสเตรเลีย
ปัจจุบัน NEMA ได้ทำสัญญาพัฒนาโครงการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และขณะนี้กำลังดำเนินการสร้างระบบ โดยคาดว่าจะมีการส่งมอบระบบเบื้องต้นในช่วง กลางถึงปลายปี 2026 เพื่อเริ่มการทดสอบ ก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบภายในช่วง กลางถึงปลายปี 2027
ระหว่างนี้ ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินเดิมยังคงเป็นระบบหลักของประเทศไปจนถึงปี 2025-26 เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนผ่านไปยังระบบ NMS เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
การพัฒนา NMS ถือเป็นก้าวสำคัญของออสเตรเลียในการยกระดับมาตรฐานการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินให้มีความแม่นยำ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในอนาคต
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ หรือ และ