คาริณทร์ ฮูเบิร์น เจ้าของร้านตัดเสื้อ Pro Tailor ที่เมลเบิร์น มีความทรงจำในการช่วยงานที่ร้านตัดเสื้อของคุณป้า ร้านตัดเสื้อเล็กๆ ในหมู่บ้านตั้งแต่สมัยยังเด็ก จนซึมซับทักษะการตัดเย็บเสื้อผ้า ก่อนย้ายมาอาศัยที่ออสเตรเลีย

"อยากทำอะไรที่เปลี่ยน passion และพรสวรรค์ส่วนตัวเป็นธุรกิจ ทำเงินได้ เลี้ยงตัวเองได้" Credit: Karin Houben
สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้คาริณทร์เปิดร้านตัดเสื้อที่ออสเตรเลีย
กลุ่มลูกค้าที่สั่งตัดโดยเฉพาะ
คาริณทร์กล่าวว่ากลุ่มลูกค้าที่สั่งตัดเสื้อผ้าโดยเฉพาะมักมีจุดประสงค์ในการใช้เสื้อผ้าสั่งตัดสำหรับงานสำคัญ และกลุ่มที่หาเสื้อผ้าไซส์ตามที่มีขายในตลาดทั่วไปไม่ได้
ลูกค้าที่มาตัดเสื้อเนี่ย ส่วนใหญ่จะใช้ในเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานอีเวนท์สำคัญๆ
"รวมไปถึงกลุ่มนักแสดงต่างๆ เช่น drag queen หรือนักเต้นที่ต้องการไปประกวด ต้องการใส่ชุดไปแสดง ต้องการความแตกต่าง มีบรีฟ ต้องการชุดแบบนั้น แบบนี้ กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่หาเสื้อผ้าในตลาดไม่ได้จริงๆ บางคนสูงเกิน 2 เมตร หรือผู้หญิงที่เอวเล็กมากๆ เป็นกลุ่มที่ยอมควักกระเป๋าจ่าย เพราะหาเสื้อผ้าไม่ได้จริงๆ”
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลูกค้าตลาดการสั่งตัดชุดโดยเฉพาะนั้นเป็นตลาดขนาดเล็ก และค่าใช้จ่ายในการสั่งตัดค่อนข้างมีราคาสูง คาริณทร์จึงต้องขยายฐานลูกค้า
โดยเขาหันมารับปักชื่อนักเรียน แก้ทรง ตัดขากางเกง รวมถึงทำผ้าม่านด้วย

ลูกค้าที่ตัดชดเฉพาะส่วนมากเป็นลูกค้าที่ต้องการความ unique หรือ haute couture ซึ่งเป็นงานที่มีชิ้นเดียว Credit: Karin Houben
มุมมองต่อ Fast Fashion ในปัจจุบัน
คาริณทร์สะท้อนวงการแฟชันแบบมาไว ไปไว หรือ ฟาสท์ แฟชัน (Fast Fashion) ว่าอยากให้มองแฟชันการใช้เสื้อผ้าอย่างยั่งยืน (sustainable fashion) ด้วย
ซึ่งเป็นการคำนึงถึงราคาของการใส่ต่อครั้ง
“ให้มามองอีกมุมดีกว่า มองถึง cost per wear หรือต้นทุนในการใส่เสื้อผ้าแต่ละครั้ง คือถ้าเราซื้อเสื้อยืดตาม fast fashion ตัวนึง $20 แต่เราใส่ครั้งเดียว cost per wear คือ $20 แต่ถ้าเราซื้อเสื้อผ้าที่มีคุณภาพดี อาจมีราคา $100 แต่สามารถใส่ได้ 10 หรือ 20 ครั้ง เท่ากับ cost per wear ของเราจะต่ำลง ซึ่งจริงๆ แล้วต้นทุนการใช้งานถือว่าต่ำกว่า ในระยะยาวเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ได้หลายครั้งมากกว่า คุ้มค่ามากกว่า”
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เปิดตลาดเสื้อผ้าแฟชันแบบไทยๆ ในออสเตรเลียกับ พัทธานันท์ ตันสกุลวัฒนา
เทรนด์ e-tailor และ house tailor
อี-เทเลอร์ นับเป็นโมเดลที่สะเทือนวงการแฟชันล่าสุด โดยเป็นการออกแบบเสื้อผ้าโดยแบรนด์ที่ออสเตรเลีย ส่งไปตัดที่ประเทศอื่น แล้วส่งกลับมาขายที่นี่
“ฉลาก (label) นะครับ จะเขียนว่าดีไซน์ที่ออสเตรเลีย แต่ส่งไปตัดที่ซัพพลายเออร์ประเทศอื่น ฉลากจะเขียนว่า made in ประเทศอื่น ด้วยความที่ถ้าผลิตที่นี่ต้นทุนจะราคาแพงมาก เพราะเขาไม่ได้ผลิตในประมาณมาก เสื้อผ้าจะยังมีความ unique อยู่”
สำหรับ เฮาสท์ เทเลอร์ ถือว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของแบรนด์ที่รับแก้เสื้อผ้าหลังการซื้อ โดยทางร้านจะส่งไปแก้กับร้านตัดเสื้อให้แก้ให้
อย่างไรก็ตาม คาริณทร์กล่าวว่าปัจจุบันผู้ชายมีแนวโน้มที่จะตัดเสื้อผ้ามากกว่าผู้หญิง เนื่องจากผู้ชายมักใส่เสื้อผ้าที่เน้นฟิตติงมากกว่าผู้หญิงที่ต้องการใส่เสื้อผ้ามีแพทเทิร์น
“ผู้ชายจะเน้นเรื่องฟิตติงเป็นสำคัญ อย่างชุดสูทต้องมีขากางเกงที่พอดี กองที่รองเท้าพอดี สูทต้องโชว์แขนเสื้อ 1 นิ้วเป๊ะ ผู้ชายปัจจุบันให้ความสำคัญกับการแต่งตัวมาก ลูกค้าผู้ชายเพิ่มขึ้น ซึ่งเซอร์ไพร์สมาก เทรนด์มันเปลี่ยนแล้ว”
นอกจากนี้ คาริณทร์ยังรับสอนตัดเย็บให้เด็กๆ ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้สอน
ฟังเรื่องราวความประทับใจได้ในสัมภาษณ์ฉบับเต็ม
กด ▶ ฟังบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

'ลงทุนในสิ่งที่รัก' ร้านตัดเสื้อคนไทยในออสเตรเลีย
SBS Thai
18/03/202512:57