กด ▶ ฟังพอดคาสต์ด้านบน
เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ร่วมกับนางเทสซา ซัลลิวัน กงสุลกิติมศักดิ์แห่งราชอาณาจักรไทย ณ นครเมลเบิร์นจัดงานพบปะสังสรรค์กับชุมชนไทยและชุมชนออสเตรเลีย ณ บ้านพักของกงสุลกิติมศักดิ์ฯ เพื่อแถลงข่าวการจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาแห่งรัฐวิกตอเรีย นับเป็นกลุ่มมิตรภาพฯ ในระดับมลรัฐเป็นกลุ่มแรกของประเทศออสเตรเลีย โดยมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 200 คน

พานพุ่มของไทยและธงชาติไทย Credit: John Thomopoulos
กลุ่มมิตรภาพรัฐสภา (Parliamentary Friendship Group) นั้น เป็นกลุ่มรัฐสภาหรือกลุ่มการเมืองที่ประกอบด้วยสมาชิกของพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่มีอุดมการณ์คล้ายคลึงกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อสานความสัมพันธ์ พบปะ และสร้างปฏิสัมพันธ์โดยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เพื่อสนับสนุนวัตถุประสงค์ของแต่ละกลุ่ม
ออสเตรเลียมีการจัดตั้งกลุ่มมิตรสภาพรัฐสภาทั้งในระดับสหพันธรัฐและระดับมลรัฐ เช่น กลุ่มมิตรภาพรัฐสภาของออสเตรเลียน ฟุตบอล ลีก (AFL) แห่งรัฐวิกตอเรีย หรือกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาเพื่อป้องกันการทารุณกรรมและการละเลยเด็กแห่งชาติ เป็นต้น

นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา Credit: JO DANAI
“ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสมาชิกรัฐสภาสามารถมีบทบาทในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและออสเตรเลียในด้านต่างๆ ได้ และกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาระหว่างไทย-ออสเตรเลียแห่งรัฐวิกตอเรียถือเป็นก้าวที่สำคัญ เพราะเป็นกลุ่มแรกที่มีการจัดตั้งในระดับรัฐ หวังว่าจะเป็นโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐวิกตอเรียในการส่งเสริมความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน การแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อที่จะสามารถร่วมมือกันได้ต่อไป”
นางอาจารีกล่าวถึงกลุ่มมิตรภาพฯ ในระดับระหว่างประเทศหรือระหว่างรัฐสภาไทยและรัฐสภาสหพันธรัฐ (รัฐบาลกลาง) ของออสเตรเลีย ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1973 (พ.ศ. 2516) นับเป็นการแลกเปลี่ยนกันระหว่างสมาชิกรัฐสภาของทั้ง 2 ประเทศ
ปัจจุบันกลุ่มมิตรภาพฯ ระดับสหพันธรัฐมีลุค กอสลิง สมาชิกรัฐสภาจากมณฑลนอร์เทิร์น เทอริทอรี จากพรรคแรงงานดำรงตำแหน่งเป็นประธาน และสมาชิกวุฒิสภาแคลร์ แชนด์เลอร์ ดำรงตำแหน่งรองประธาน พร้อมสมาชิกอีกหลายท่าน
อย่างไรก็ตามรัฐวิกตอเรียจัดเป็นรัฐที่มีประชากรไทยอาศัยอยู่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ และยังเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของรัฐวิกตอเรียอีกด้วย

เทสซา ซัลลิวัน กงสุลกิติมศักดิ์แห่งราชอาณาจักรไทย ณ นครเมลเบิร์น Credit: JO DANAI
เผยอยากผลักดันให้มี ‘ไทย ทาวน์’ ในรัฐวิกตอเรีย
“เป้าหมายหลักก็คือการสนับสนุนชุมชนชาวไทยในรัฐวิกตอเรียทั้งหมด เพื่อให้มีข้อตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลรัฐวิกตอเรียและชุมชนไทยว่าพวกเขาจะช่วยเหลือเราในเรื่องต่างๆ เช่น การจัดงานรำลึกถึงประเทศไทย หรือเทศกาลต่างๆ นอกจากนี้ ฉันยังสนใจที่จะมี ‘ไทย ทาวน์’ ในรัฐวิกตอเรียด้วย ดังนั้น ฉันจึงอยากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัฐวิกตอเรียในเรื่องนี้"
มี ‘ไทย ทาวน์’ เพียงแค่สองแห่งในโลก แห่งหนึ่งอยู่ที่ฮอลลีวูดบูเลอวาร์ดในอเมริกา และอีกแห่งอยู่ที่ซิดนีย์ ดังนั้น หากเรามีที่เมลเบิร์น เราก็จะมี ‘ไทย ทาวน์’ เป็นแห่งที่สามของโลกกงสุลฯ เทสซา ซัลลิวันกล่าว
กงสุลฯ เชื่อว่าการมี ‘ไทย ทาวน์’ ที่รัฐวิกตอเรียเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ที่อยู่นอกประเทศไทยนั้นตั้งอยู่ในออสเตรเลีย และคนไทยส่วนใหญ่ก็ทำงานในภาคส่วนการบริการ นอกจากนี้ รัฐวิกตอเรียยังมีบริษัทอาหารรายใหญ่ เช่น CP Foods ซึ่งเป็น 19% ของ GDP ทั้งหมดของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ Dockland และ Tangola ซึ่งเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบให้กับร้านขายของชำและร้านอาหารเอเชียถึง 40% ของออสเตรเลีย

นายเดวิด ฮ็อดเจตต์และนางวิกกี วอร์ด ประธานกลุ่มมิตรภาพฯ รัฐวิกตอเรีย Credit: JO DANAI
เรามองหาโอกาสในการทำงานร่วมกันอยู่เสมอ มีโอกาสด้านธุรกิจทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย เรามองหาโอกาสในการทำงานร่วมกัน เราหวังจะส่งคณะผู้แทนไปที่นั่น มีโอกาสมากมายในด้านการค้าและการลงทุน หรือด้านการศึกษา หรือสิ่งใดก็ตามที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ เราจะมองหาโอกาสเหล่านั้นและยินดีต้อนรับผู้ที่เสนอแนะกับเราว่าจะสานต่อโอกาสได้อย่างไรสมาชิกรัฐสภาฮ็อดเจตต์กล่าว
สำหรับการช่วยผลักดันผลประโยชน์ร่วมกัน ฮ็อดเจตต์มองว่านักศึกษาต่างชาติเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของรัฐวิกตอเรีย รวมถึงภาคส่วนอื่นด้วย
“แน่นอนว่าในรัฐวิกตอเรีย เราเห็นว่านักศึกษาต่างชาติเป็นอุตสาหกรรมหลักของรัฐวิกตอเรีย ดังนั้น เราจึงพยายามร่วมมือกับรัฐบาลกลางเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาเดินทางมาที่นี่และศึกษาเล่าเรียน เรามีหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก เรามีหนึ่งในสถาบันวิจัยที่ดีที่สุดในโลก และเราคิดว่ามีโอกาสดี ๆ ที่จะดึงดูดนักศึกษาให้มาที่นี่เพื่อศึกษาเล่าเรียนและมีส่วนในการสนับสนุนต่อสังคมของเราที่นี่ รวมถึงความร่วมมือด้านการผลิต โรงงานขั้นสูง นวัตกรรมใหม่ๆ รัฐวิกตอเรียไม่เหมือนกับรัฐอื่นๆ ในออสเตรเลีย ไม่มีอุตสาหกรรมเหมืองแร่หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ อุตสาหกรรมการผลิตเปลี่ยนไปอย่างมาก เราไม่มีการผลิตด้านอุตสาหกรรมยานยนต์เหมือนเดิม แต่เราหวังที่จะได้รับโอกาสด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เราอยากให้ประเทศอื่น เช่น ประเทศไทยไทย มาร่วมลงทุนด้านนี้”

โรเบิร์ต ลิม หนึ่งในผู้สนับสนุนการสร้างไทย ทาวน์ Credit: JO DANAI

'ลอดช่อง' อาหารหวานที่มีบริการแขกในงาน Credit: John Thomopoulos

การแสดงรำไทยโดย Sivalai Thai Dance Credit: John Thomopoulos

ผู้มาร่วมงานจากทั้งชุมชนไทยและชุมชนออสเตรเลีย Credit: John Thomopoulos
กด ▶ ฟังบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

กลุ่มมิตรภาพฯ ไทย-ออสฯ รัฐวิกตอเรีย มุ่งสานสัมพันธ์ สร้างประโยชน์ร่วมกัน พร้อมผลักดัน 'ไทย ทาวน์'
SBS Thai
11/02/202512:42